บ๊ายบาย Pokémon Go ยอดเล่นดิ่ง

บ๊ายบาย Pokémon Go ยอดเล่นดิ่ง

เรียกว่าโด่งดังแบบขีดสุด และก็ร่วงลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน สำหรับเกม Pokémon GO ที่หลังจะ เปิดตัวเมื่อเดือน กรกฎาคม ในบางประเทศแล้ว ก็ทำเอายอดดาวน์โหลด และมีผู้เล่นหลักร้อยล้านคน และทำรายได้ทะลุถึง 500 ล้านเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกมส์แอพลิเคชั่น  พร้อมทั้งตามมาด้วยเรื่องราว ดราม่ามากมายทั้งความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้เล่นในเมืองและนอกเมือง กลโกงเกมส์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก  Pokémon  หายากที่มีอยู่เฉพาะในเมือง เสาล่อที่มีอย่างไม่ทั่วถึง และยังมีเหตุการณ์ที่มีผู้เสียชีวิตและประสบอุบัติเหตุเพราะเล่น Pokémon GO อีกด้วย

แต่หลังจากนั้นกระแสเริ่มลดลง จนล่าสุดเมื่อวัดค่าเฉลี่ย แล้วมีผู้เล่นเกมส์ Pokémon GO ในอเมริกา ลดลงกว่า 79% และยิ่งเทียบกับเกมมือถือด้วยกันแล้ว ถือว่าเป็นสัดส่วนการลดลงที่มากกว่าหลายเท่าตัวเลยก็ ว่าได้ เรียกว่า มาไวไปไว มากว่าที่คิด ซึ่งเท่ากับว่า ผู้ที่เล่นเกม Pokémon GO ณ ปัจจุบัน เหลือเพียงแค่ 21% ของผู้เล่นทั้งหมดแล้วเท่านั้น (หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ เหลือแต่แฟนพันธุ์ตัวจริงแล้วเท่านั้น) นี่นับถึงแค่สิ้น เดือนกันยายนเท่านั้น ส่วนเดือนตุลาคมยังคงมีผู้เล่นลดจำนวนน้อยลงเรื่อยๆ

โดยล่าสุดผู้สร้างได้ทำการอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ ที่ทำให้สมาร์ทโฟนที่ เจลเบรคและรูท ไม่สามารถเล่นเกมส์ได้ ซึ่งอาจทำให้ยอดคนเล่นที่น้อยลงอยู่แล้ว ยิ่งลดลงเข้าไปอีก

อย่างไรก็ตามน เหตุการณ์นี้ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรนัก เพราะปกติเกมในมือถือ จะมีอัตราผู้เล่นลดต่ำลงหลังจากที่มีช่วงพีคอยู่แล้ว ยิ่งเกมส์ที่ดังมากๆ อย่าง Pokémon Go ที่มีผู้เล่นเข้ามาทดลองเล่นกันเยอะมากทั้งแฟนพันธ์แท้ และขาจร ยิ่งทำให้มีผู้เล่นที่ไม่ใช่เกมเมอร์เลิกเล่นมากอยู่แล้ว แต่สุดท้ายจำนวนผู้ที่ยังเล่น Pokémon Go จะเหลือเยอะหรือน้อยนั่น ก็อยู่ที่การอัพเดทเนื้อหาต่างๆเข้ามาว่าน่าสนใจหรือไม่

เพราะหลังจากที่เป็นกระแสฮิตทั่วโลก รวมถึงฮิตแบบสุดๆในประเทศไทย สำหรับเกม Pokémon GO เป็นเกมส์ที่ยังทำสถิติยอดผู้เล่นและรายได้ให้กับผู้พัฒนาอยู่สูงมาก  และในสุด ก็ผ่านจุดพีคนั้นไปแล้วผู้เล่นก็เริ่มทยอยเลิกเล่นไปเรื่อยๆ

สำหรับเว็บไซต์ Bloomberg ที่ได้สำรวจแล้วพบว่า ทั้งผู้ใช้รายวัน จำนวนการดาวน์โหลด และเวลาที่ใช้ในการเล่นเริ่มลดลงเรื่อยๆ ซึ่งแต่ก่อนมีผู้เล่นสูงถึง 40 ล้านคน / วัน โดยสาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะผู้เล่นพึ่งพาโปรแกรมช่วยเล่น และกลโกงเกมมากเกินไป จนทำให้ผู้เล่นที่เล่นอาจสู้ไม่ได้ถึงได้ลามือไปนั่นเอง

สุดยอด 7 สถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่

สุดยอด 7 สถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่

เอ๊ะ!ใครหลายๆคนเคยถามตัวเองไหมว่าสถานที่ท่องเที่ยวในเชียงใหม่เยอะแยะไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดี ที่ว่าไปแล้วสุดยอดจริงๆไปแล้วต้องประทับใจ วันนี้ก็ต้องขอเสนอที่ท่องเที่ยวสถานที่สุดยอดแห่งการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ มาดูก็เลยครับ

1.Grand Canyon เชียงใหม่  ผมว่าหลายๆ คนอาจจะยังไม่เคยได้ไปสัมผัสกับสถานที่ที่ตรงนี้ แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้มีอะไรมากนักหรอกครับแต่มันก็เป็นสถานที่ที่น่าเที่ยวเหมือนกัน และสุดยอดเหมือนกัน มันเป็นสถานที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าน้ำที่เห็นมันจะสวยอะไรได้ขนาดนั้นเหมือนน้ำทะเลก็ว่าได้ และยังลึกด้วยครับถ้ามองจากข้างบนลงไปข้างล่าง ถ้าคุณไม่กล้าโดด!ก็อย่าโดเลยครับผมขอเตือนสถานที่นี้เคยมีคนโดดมาแล้วและตายมาแล้วก็ว่าได้มันอันตรายจริงอย่าโดดลงไปเขามีทางเดินให้ลงไปก็ควรจะเดินตามลงไปทางเดินดีกว่านะครับ  และบ่อที่นี่มันไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาติอะไรหรอกครับ แตมันคือที่ดินที่ได้ขุดเอาดินไปขายจนกลายเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่กว่า 30 ไร่ คันดินก็สูงประมาณตึก 3 ชั้น แหม่ ใครจะกล้าก็โดดละครับครับ ใครโดดลงไปก็บ้าแล้วครับผมว่าเพราะมันอันตรายจริงๆ ระวังกันไว้ด้วย หรือจะไปนั่งชมบรรยากาศสวยๆ กับร้านอาหารแถวนั้นก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบนะครับ

2.ภูฟิน PhuFinn เชียงใหม่

ร้านกาแฟบนยอดดอย ที่บรรยากาศ และวิวที่สวยงามและฟินสุดๆสมชื่อ มีบริการทั้งกาแฟ เครื่องดื่มหลากชนิดแสนอร่อย อาหารไทยรสชาติที่จัดจ้าน รวมถึงอาหารฝรั่งรสละมุนลิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สลัดจานโต ที่ใช้ผัดปลอดสารพิษสดๆไว้คอยบริการคุณทุกวัน เวลา 10โมงเช้า ถึงสามทุ่ม รับประกันได้ถึงความอร่อย ที่ใครๆก็บอกว่าร้านอาหารดีวิวดี อาหารจะไม่อร่อย ไม่จริงเลยนะครับ ขอบอกว่าภูฟินเป็นอีกร้านหนึ่งที่น่ามาลิ้มลองทั้งอาหาร เครื่องดื่มและเบอเกอร์รี่ครับ เคล้ากับวิวธรรมชาติที่สวยงามมองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตากันเลยทีเดียวครับ

3.ล่องแพแม่แตง – หนึ่งในกิจกรรมสุดฮิตของชาวต่างชาติมากที่มาท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่แล้วต้องไปลองกับการล่องแก่ง (White Water Rafting) ณ แม่น้ำแม่แตง ต.กี๊ดช้าง แน่นอนว่ากินเวลาเป็นครึ่งค่อนวัน เช้ายันบ่ายบนเรือยางพร้อมไม้พาย 1 ด้าม แต่ร่มไม้เงาไม้มอบความเย็นสบายแถมยังมีตกน้ำที่เพิ่มอุณหภูมิให้เย็นขึ้นอีกต่างหาก ส่วนใครที่อยากจะไปเล่นก็ติดต่อบริษัททัวร์หลายร้อยรายในเชียงใหม่ได้เลยครับเพราะเขาจะมีโปรแกรมขายให้กับเราไปเที่ยวครับหรือใครที่เช่ารถบริษัท รถเช่าเชียงใหม่  ขับไปเที่ยวเองก็สามารถจ่ายเงินหน้างานได้เลยครับ รับรองว่าท่านจะได้รับความสนุกสนานและความเย็นสบายของธรรมชาติอีกด้วยครับ

รถเช่าเชียงใหม่

4.เขื่อนแม่งัด เขื่อนแม่กวง – อีกหนึ่งสถานที่ยอดนิยมมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ หนึ่งในเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดของเชียงใหม่ก็ว่าได้ พร้อมมีการบริการเดินเรือ-นอนแพ ซึ่งแต่ละหลังก็มีขนาดและราคาแตกต่างกันออกไป กิจกรรมที่ทำส่วนมากในช่วงบ่ายแก่ๆ ก็มักจะเป็นพายเรือเล่นบริเวณรอบๆเขื่อน ตกเย็นมาว่ายน้ำให้เย็นชุ่มฉ่ำ ส่วนตกดึกก็แน่นอนครับปาร์ตี้ตามความสนุกสนาน ตามใจชอบ อยากเล่นอยากทำอะไรก็เต็มที่เลยครับ แต่ระวังกันหน่อยครับเวลาเมามาอาจจะตกน้ำได้นะครับ น้ำค่อนข้างลึกหน่อย หากใครคิดว่าว่ายน้ำไม่เก่งก็ให้ใส่เสื้อชูชีพไว้เลยนะครับเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองครับ

5.พัทยาเมืองฮอด – สถานที่แหวกแนวแปลกใหม่อาจจะไกลไปนิดนึงนะครับสำหรับใครหลายๆคนแต่ก็คุ้มค่าได้สัมผัสกับบรรยากาศของธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อย่างเต็มปอด แถมยังมีทานอาหารบนแพกลางแม่น้ำและลงแช่น้ำที่เย็นเฉียบ คลายความร้อนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว พัทยาที่เมืองฮอดนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนฮอด – แม่แจ่ม บริเวณ กม. ที่ 4 – 9

6.ล่องแพแม่วาง – รับประกันความมันส์สุดๆและเย็นสบาย  ที่มีค่าใช้จ่ายแค่ค่าล่องแพ ประมาณแพละ 250 บาท สามารถนั่งได้ 4-5 คนเลยที่เดียวครับ

7.สวนสาธารณะสวนบวกหาด – สวนสาธารณะที่หวนกลับมาคึกคักอีกครั้งเมื่อทางราชการให้ความสำคัญกับการสร้างสวนสาธารณะจนกลายเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจในกลางเมืองเชียงใหม่ให้กับชาวไทยและชาวต่างชาติที่มาออกกำลังกายและเดินเล่นหลบร้อนกันอย่างเนืองแน่นเลยก็ว่าได้ครับ

อย่างไรก็ตามในการเดินทางท่องเที่ยวในแต่ละสถานที่เราก็ต้องมีพาหนะคู่ใจหรือมีรถส่วนบุคคลไปด้วยใช่ไหมละครับ แต่อันนี้ก็สำหรับคนเชียงใหม่นะครับ แต่คนต่างจังหวัดที่มาเที่ยวไม่ต้องวิตกกังวลไปนะครับว่าเราจะไปเที่ยวอย่างไร เพราะเราไม่ใช่คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เดี๋ยวนี้เขามีบริการที่ทันสมัยและรวดเร็ว เพียงแค่ท่านวางแผนการเดินทาง ยกหูโทรศัพท์ โทรจอง รถเช่าเชียงใหม่ ราคาถูก ได้ในราคาที่ถูกอกถูกใจกันไป บริการถึงสนามบินเลย รับรองว่าทุกท่านต้องเที่ยวกันอย่างสนุกสนานและประทับใจกันแน่นอนเลยก็ว่าได้ครับ

 

 

เตือน  5 อาหาร อันตรายกินแล้วเสี่ยงโรค

การรับประทาน อาหาร นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นกับทุกคน ซึ่ง อาหาร ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลดีหรือผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นจึงทำให้คนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเริ่มจากการรับประทาน อาหาร ที่มีประโยชน์ ร่วมกับการออกกำลังกาย การนอนพักผ่อนที่เพียงพอ แต่หลักๆ แล้วแนะนำให้ดูแลเรื่องของ อาหาร การกินเป็นสำคัญ เพราะทุกคนต้องรับประทาน อาหาร กันทุกวันอยู่แล้ว สำหรับ 5 อาหาร ที่อันตรายรับประทานและอาจก่อให้เกิดโรคได้ มีดังนี้

อาหารตามสั่ง

อาหาร ตามสั่งเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลายคนเลือกที่จะรับประทานไม่ว่าจะเป็นในมื้อเช้า กลางวัน หรือเย็น เพราะในการปรุงอาหารนั้นมักจะใช้เครื่องปรุงรสเป็นจำนวนมาก รวมถึงการใช้น้ำมันที่ใช้ซ้ำหลายครั้งทำให้เกิดการสะสมไขมันในอาหาร ดังนั้นแนะนำให้ทำ อาหาร รับประทานเองมากกว่าเพื่อจะได้เลือกวัตถุดิบในการทำและลดการใส่เครื่องปรุงให้น้อยลงด้วย

%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%a1%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b9%87

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็น อาหาร ที่หารับประทานได้ง่าย แต่แฝงด้วยอันตรายและเสี่ยงต่อการเป็นโรคอยู่ไม่น้อย เพราะมีการปรุงรส และเป็นแบบกึ่งสำเร็จรูปดังนั้นจึงมีการใส่วัตถุกันเสียทำให้เก็บได้นานขึ้น ซึ่งเมื่อรับประทานกจะเข้าไปสะสมในร่างกายทำให้เกิดโรคได้ อีกทั้งอาจทำให้ไตทำงานหนักเพราะในเครื่องปรุงรสมีโซเดียมที่ให้รสเค็มอยู่มาก

ฟาสต์ฟู้ด

อาหาร ฟาสต์ฟู้ดหรือ อาหาร จานด่วนที่หลายคนรู้จัก จำพวกเบเกอร์ ไก่ทอด เฟรนซ์ฟาย เป็นอีกหนึ่งประเภทที่อยากให้หลีกเลี่ยงเพราะไม่มีส่วนผสมของผัก อีกทั้งยังเป็นมีการหมักและปรุงรสมาก ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วน เบาหวานจากการดื่มน้ำอัดลมด้วย

ปิ้งย่าง

อาหาร ปิ้งย่างประเภทบุฟเฟ่ต์เป็นที่นิยมมาก เพราะมีของกินให้เลือกหลากหลาย ราคาถูก แต่หากรับประทานเป็นประจำอาจเสี่ยงโรคมะเร็ง เพราะเนื้อสัตว์ที่ถูกปิ้งย่างจนเกิดเนื้อเกรียมหรือไหม้ ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารปิ้งย่าง

อาหารทอด

อาหาร ทอดต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบหลักในการปรุง ซึ่งมักจะใช้น้ำมันจำนวนมากในการทอด ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงของทอด เพราะเสี่ยงต่อการเป็นโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

การดูแลสุขภาพนั้นควรเริ่มต้นที่การเลือกรับประทาน อาหาร ที่ดีและมีประโยชน์ โดยเลือกรับประทานแบบที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่เป็นหลัก โดยในทุกมื้อนั้นควรจะมีส่วนผสมระหว่างผัก เนื้อสัตว์ ในปริมาณที่เท่าๆ กัน สำหรับ อาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยงไม่ควรรับประทานเพราะจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคก็คือ อาหาร ตามสั่ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ฟาสต์ฟู้ด อาหารปิ้งย่าง รวมถึง อาหาร ทอดด้วย

แนะนำ 5 สุดยอด อาหาร ช่วยเสริมพัฒนาการลูก

5-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3

อาหาร คือปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงกับลูก โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาการเจริญเติบโตทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ ระบบประสาทและสมอง รวมถึงพัฒนาการ ซึ่งคุณแม่มีส่วนช่วยอย่างมากที่จะช่วยเลือก อาหาร ให้กับลูก เด็กในวัยที่รับประทานอาหารได้คือวัย 1 ขวบขึ้นไปนั้นอาจจะมีการเลือก อาหาร บ้างดังนั้นจึงต้องสร้างสรรค์เมนูเพื่อให้ลูกรับประทาน และรับประโยชน์ในเวลาเดียวกัน สำหรับ 5 สุดยอด อาหาร มีดังนี้

ปลาแซลมอน

ปลาแซลมอนเป็นสุดยอด อาหาร ที่มีส่วนช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการทางสมองให้กับลูก เพราะมีสาร อาหาร อย่างโอเมก้า โปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุสำคัญ โดยแนะนำให้ในทุกมื้อมีส่วนผสมของปลาแซลมอน ทำเมนูต่างๆ เพื่อให้ลูกได้รับประโยชน์จากเนื้อปลามากที่สุด แนะนำเป็นเมนูผัดปลาแซลมอนกับผัก ต้มซุปปลาแซลมอน หรือใส่กับข้าวต้มหรือโจ๊กก็จะช่วยให้ลูกรับประทานง่ายขึ้น

ตับไก่

ตับไก่อีกหนึ่งสุดยอด อาหาร ที่แนะนำให้คุณแม่ลงมือทำให้ลูกน้อยรับประทานเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและร่างกายให้เจริญเติบโตสมวัย โดยตับไก่นั้นมีโปรตีนสูง ส่งผลทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบสมองอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในการนำมาทำเป็นเมนู อาหาร ควรบด ต้มหรือผัดไม่นานจนเกินไป เพราะอาจทำให้เนื้อแข็งเกินไป อาจทำให้ลูกเคี้ยวยากหรือติดคอได้

ฟักทอง

ฟักทองเป็นผักที่นำมาทำเป็นเมนู อาหาร เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางสมองของลูกได้ดี เพราะมีวิตามินช่วยในเรื่องของสายตา ความจำ โดยแนะนำให้ทำเมนูฟักทองบด ผัดฟักทอง หรือนำไปต้มซูปแทนการใส่เนื้อสัตว์เพราะจะได้วิตามินจากฟักทองอย่างเต็มที่และชื่นชอบในการรับประทานผักด้วย

แครอท

แครอทผักสีสวยที่ช่วยให้เมนู อาหาร ของคุณแม่มีสีสันสวยงามน่ารับประทานและยังมีประโยชน์ โดยเฉพาะวิตามินที่ได้จากแครอทจะเข้าไปช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ที่แข็งแรง ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน รวมถึงยังช่วยกระตุ้นระบบประสาทและสมองอีกด้วย

กล้วยน้ำว้า

กล้วยน้ำว้าเป็นผลไม้ที่นำมาสร้างสรรค์เป็นเมนู อาหาร ได้ โดยเฉพาะอาหารว่าง หรืออาหารหวานซึ่งช่วยทำให้ลูกรู้สึกอยากรับประทานมากขึ้น ซึ่งกล้วยน้ำว้านี้มีประโยชน์มากต่อร่างกายช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ส่งผลต่อระบบความจำ ช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น และยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางด้านอารมณ์ทำให้อารมณ์ดีอีกด้วย

การเลือก อาหาร เพื่อให้ลูกรับประทานนั้นควรเลือกที่ประโยชน์เป็นหลัก เพราะในช่วงวัยเด็กเป็นวัยที่ร่างกาย สมอง และพัฒนาการกำลังพัฒนา ดังนั้นการให้รับประทาน อาหาร จึงมีส่วนช่วยอย่างมากโดยเลือกให้รับประทานปลาแซลมอน ตับไก่ ฟักทอง แครอท และกล้วยน้ำว้าเพราะมีสาร อาหาร ที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมองอย่างมาก

5 ข้อควรรู้เลือกผักทำอาหารสไตล์แม่บ้านยุคใหม่

คุณแม่บ้านยุคใหม่นั้นเก่งหลายด้านไม่ว่าจะเป็นงานนอกบ้าน หรืองานในบ้านอย่างงานบ้าน การทำ อาหาร เมื่อพูดถึง อาหาร ส่วนประกอบสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือผัก ซึ่งการเลือกผักนั้นจึงเป็นเรื่องที่ควรใส่ใจและไม่ควรมองข้าม เพราะผักนั้นมีทั้งแบบที่ปลอดสารพิษและไม่ปลอดสารพิษ ดังนั้นขั้นตอนการเลือกจึงจะช่วยทำให้ได้ผักที่มีความสด สะอาด และปลอดภัยมากที่สุด โดยขอแนะนำ 5 ข้อควรควรรู้การเลือกผักเพื่อนำมาทำ อาหาร ตามแบบสไตล์คุณแม่บ้านยุคใหม่ดังนี้

 คะน้า

ผักคะน้า เป็นผักที่นิยมนำมาประกอบ อาหาร ได้หลายเมนูไม่ว่าจะเป็น ผัดคะน้าน้ำมันหอย ผัดคะน้าปลาเค็ม ผัดซีอิ๊ว สำหรับการเลือกคะน้าควรเลือกที่มีลำต้นอวบใหญ่ ต้นไม่แก่จนเกินไป ใบสีเขียวสดและมีความมันวาว  ก่อนนำไปประกอบ อาหาร ควรลอกก้านที่เป็นเส้นๆ ของคะน้าออกก่อน เพื่อจะได้ต้นที่กรอบและน่ารับประทาน

5-%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9c%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%97%e0%b8%b3-%e0%b8%ad%e0%b8%b2

 แตงกวา

แตงกวาเป็นผักที่มักนำมาประกอบ อาหาร อย่างแตงกวาผัดไข่สำหรับการเลือกแตงกวาควรเลือกที่มีผิวเรียบและลูกกลมไม่โค้งงอตลอดทั้งลูก ไม่มีผิวเหี่ยว ไม่ควรเก็บในช่องแช่แข็ง เพราะจะทำให้เนื้อแตงกวาไม่น่ารับประทานและสุกความเย็น

 หัวหอม

หัวหอม เป็นวัตถุดิบที่มักนำมาประกอบ อาหาร ประเภทยำ ไม่ว่าจะเป็นยำวุ้นเส้น ยำใหญ่ หรือต้มยำต่างๆ สำหรับวิธีการเลือกใช้หัวหอม ทั้งหอมแดง และหัวหอมใหญ่ควรเลือกที่มีผิวแห้ง ไม่มีรอยบุบหรือมีรอยเน่า วิธีเก็บรักษาแนะนำให้วางไว้ในตะกร้าที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่อบร้อนจะได้ไม่เกิดเชื้อราและช่วยยืดอายุให้นานขึ้น

 มะเขือเทศ

มะเขือเทศนำมาประกอบ อาหาร ประเภทข้าวผัด หรือยำต่างๆ สำหรับวิธีเลือกมะเขือเทศควรเลือกที่มีขั้วเขียว ส่วนผิวจะต้องลื่นและเป็นมันวาวมีสีแดงทั่วทั้งลูก ลูกกลมเกลี้ยงไม่มีรอยดำ ไม่แนะนำให้เก็บในตู้เย็นเพราะจะทำให้สุกเร็วเนื้อนิ่มไม่น่ารับประทาน

ดอกแค

ดอกแคเป็นพืชสมุนไพรมีสรรพคุณทางยาที่นำมาประกอบ อาหาร ไทยโบราณอย่างแกงส้มดอกแค หรือนำมาลวกจิ้มน้ำพริก สำหรับวิธีการเลือกควรเลือกดอกที่กำลังตูมใกล้จะบาน มีใบสด ก่อนนำไปปรุงอาหารควรดึงเกสรออกเพราะเกสรมีรสขม

การรับประทานผัก และนำผักมากประกอบ อาหาร นั้นถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะผักมีประโยชน์ต่อสุขภาพ สำหรับวิธีการเลือกผักเป็นวิธีที่ควรรู้ โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่บ้านยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ควรเลือกใช้ผักที่สด สะอาด ปลอดภัย และนำมาประกอบ อาหาร ได้หลากหลายเมนูด้วย

ผัดมาม่าซอสหม่าหล่า

เรามาทำเมนูอาหารใหม่กันดีกว่า  เราจะปรับเมนูนี้จาก เมนูผัดมาม่าที่ใครๆหลายท่านชอบทานกัน นั่นก็คือ เมนู ผัดมาม่าซอสหม่าหล่านั่นเอง รู้จักชื่อเมนูแล้ว มาดูกันเลยว่าต้องเตรียมวัตถุดิบอะไรบ้างสำหรับเมนูผัดมาม่าซอสหม่าหล่า

วัตถุดิบที่ต้องเตรียมสำหรับเมนูผัดมาม่าซอสหม่าหล่า มีดังนี้ค่ะ

1.เตรียมเส้นมาม่าแล้วนำไปลวกน้ำร้อนให้อ่อนตัวและเทน้ำร้อนออกหลังจากนั้นให้เอาน้ำมันพืชใส่ลงไปผสมเพื่อให้เส้นมาม่าไม่ติดกัน

2.เตรียมเนื้อสัตว์ให้หั่นเป็นชิ้นๆพอคำ  เช่น เนื้อหมู  ไก่ หรืออาหารทะเล เป็นต้น

3.เตรียมผักให้หั่นเป็นชิ้นๆพอคำ  เช่นใส่ถั่ว,แครรอท,หอมหัวใหญ่ บางท่านใส่ผักคะน้า หรือผักกาดขาว

4.ให้กระเทียมทุบหยาบๆ

5.เตรียมน้ำมันพืชสำหรับผัด

6.เตรียมไข่ไก่  2  ฟอง

7.เตรียมซอสน้ำมันหอย,ซีอิ๊วขาว,น้ำปลา,น้ำตาลทราย,รสดีนิดหน่อย

8.เตรียมซอสหม่าหล่า และผงหม่าหล่า

วิธีการทำผัดมาหม่าซอสหม่าหล่า

1.ให้ตั้งกระทะแล้วใส่น้ำมันพืชลงไป  พอกระทะร้อนให้ใส่กระเทียมลงไปผัดให้หอม

2.ให้ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปแล้วผัดจนกระทั่งเนื้อเกือบสุก

3.ให้ใส่ผักที่เตรียมไว้ลงไปแล้วผัดให้เข้ากัน

4.ให้ใส่ไข่ลงไปโดยตีไข่ลงไปทีละฟองยีให้ไข่แดงแตกแล้วผัดให้เข้ากัน

5.ปรุงรสด้วยเครื่องปรุงต่างผัดให้เข้ากัน

6.ให้ใส่เส้นมาม่าที่เตรียมไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน

7.ใส่ซอสหม่าหล่าหรือผงหม่าหล่าลงไปผัดให้เข้ากันและชิมรสชาติขาดเหลืออะไรให้ใส่เพิ่มไปตักใส่จานทานตอนที่ยังอุ่นๆอยู่ อร่อยม๊ากมาก

เสร็จเรียบร้อยสำหรับเมนูอาหาร ผัดมาม่าซอสหม่าหล่า คุณผู้หญิงทั้งหลายลองไปทำท่นดูนะคะ รับรองได้ว่าเมนูใหม่ เมนูนี้อร่อยไม่แพ้เมนูอื่นอย่างแน่นอนค่ะ

คั่วแคกบซอสหม่าหล่า

คั่วแคเป็นอาหารคล้ายๆกับแกงแค แต่คั่วแคจะมีน้ำแกงน้อยกว่าแกงแคแบบขลุกขลิก จึงเรียกว่า คั่วแค

ส่วนผสมของคั่วแคกบ

1.กบ จำนวน 2 ตัว

2.ตำลึง จำนวน 1 ถ้วย

3.ชะอม จำนวน 1/2 ถ้วย

4.ชะพลู จำนวน 1/2 ถ้วย

5.ถั่วฝักยาว จำนวน 1/2 ถ้วย

6.มะเขือเปราะ จำนวน 1/2 ถ้วย

7.มะเขือพวง จำนวน 1/4 ถ้วย

8.งิ้ว จำนวน 5 ดอก

9.เห็ดลมอ่อน จำนวน 1/2 ถ้วย

10.ถั่วพู จำนวน 1/2 ถ้วย

11.ผักขี้หูด จำนวน 1/2 ถ้วย

12.ผักเผ็ด จำนวน 1/2 ถ้วย

13.ดอกข่า จำนวน 3 ดอก

14.ข้าวคั่ว จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

15.ใบมะกรูด จำนวน 5 ใบ

16.ผักชีฝรั่ง จำนวน 2 ต้น

17.ผักชี จำนวน 1/2 ช้อนโต๊ะ

18.ต้นหอม จำนวน 1/2 ช้อนโต๊ะ

19.น้ำมันพืช จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

20.กระเทียมสับ จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกงคั่วแคกบ

1.พริกขี้หนูแห้ง จำนวน 15 เม็ด

2.กระเทียม จำนวน 10 กลีบ

3.หอมแดง จำนวน 5 หัว

4.ข่าหั่น จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

5.ตะไคร้ซอย จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ

6.กะปิ จำนวน 1 ช้อนชา

7.ปลาร้าต้มสุก จำนวน 1 ช้อนโต๊ะ

8.เกลือ จำวน 1 ช้อนชา

9.ซอสหม่าหล่า/ผงหม่าหล่าตามต้องการ

วิธีทำ

1.ให้ เด็ดหรือหั่นผักทุกชนิดแล้วล้างให้สะอาด พักไว้

2.โขลกเครื่องแกงรวมกันอย่างละเอียด

3.ให้เจียวกระเทียมพอเหลืองๆแล้วใส่เครื่องแกงลงผัดให้หอม ใส่กบสับลงไป ผัดให้เข้ากัน ใส่น้ำลงไปเล็กน้อย ใส่ข้าวคั่วลงไป แล้วผัดต่อจนเดือด

4.ให้ใส่ผักที่สุกยาก แล้วตามด้วยผักที่สุกง่ายลงไป คั่วจนผักสุก ใส่ซอสหม่าหล่าคลุกให้เข้ากัน